ด้วยสถานการณ์ COVID-19 ในปัจจุบันเป็นข้อจำกัดให้เด็กหลายคนต้องอยู่แต่กับบ้านและเรียน online ซึ่งแทบจะไม่ work เลยในเด็กเล็ก
ส่งผลให้เด็กๆรุ่นนี้มีพัฒนาการและการเรียนรู้ที่ช้ากว่าเด็กรุ่นก่อนมาก
ที่สำคัญมากคือ 5 ขวบปีแรกช่วงทองของสมองลูก การปล่อยไม่ทำอะไรเลยกับความล้าช้าของพัฒนาการลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องพัฒนาการทางด้านภาษา จะส่งผลให้เค้าเริ่มเรียนรู้ด้วยต้นทุนที่น้อยกว่าคนอื่น เพราะพัฒนาการด้านภาษาเป็นจุดเริ่มต้นของความฉลาดของลูก (IQ)
ลูกจะเข้าใจคำสั่ง รู้จักสิ่งต่างๆ สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเข้าใจและบอกอารมณ์ตัวเองได้ (EQ) ทั้งหมดต้องเริ่มต้นที่การเข้าใจภาษาก่อน
จริงอยู่ที่หากคุณปล่อยไป 3 ปี 6 ปี สุดท้ายลูกก็มักจะพูดได้ดูภายนอกเหมือนเด็กทั่วไป แต่หากให้นักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น หรือนักฝึกพูดเช็ค quality หรือคุณภาพของการใช้ภาษาแล้ว
น้องที่เริ่มพูดช้ายิ่งช้ามากกว่าเกณฑ์เท่าไหร่
แนวโน้มของช่องว่างในแง่ของคุณภาพและความซับซ้อนในการใช้ภาษาของลูกกับเด็กวัยเดียวยิ่งห่างกันมากเท่านั้น และนั้นหมายถึงความฉลาดทางด้านสติปัญญา หรือ IQ ของลูกด้วย
คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจนิยมการเลี้ยงปล่อยตามธรรมชาติเหมือนในอดีต แต่อย่าลืมนะคะว่าในอดีตเด็กถูกเลี้ยงโดยไม่ได้มีสิ่งปิดกั้นพัฒนาการตามวัยมากมายเหมือนในเด็กยุคปัจุบัน ทั้งถูกเลี้ยงในคอก ในคอนโด ในที่แคบไม่มีที่ได้คลาน ได้วิ่งเล่นปิดกั้นพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ การเป็นครอบครัวเดี่ยว โดยเฉพาะในกรุงเทพ เด็กแทบไม่มีโอกาสเล่นกับเพื่อนบ้านวัยเดียวกัน ภาษาก็ถูกใช้น้อย กับคนในบ้านแค่ชี้นิ้วก็มีคนนำสิ่งที่อยากได้มาให้ปิดกั้นพัฒนาการทางด้านอารมณ์และสังคม
และที่สำคัญที่สุดคือที่มีทั้งจอมือถือ แทปเลท และจอโทรทัศน์ สิ่งนี้คือสิ่งที่พ่อแม่หยิบยื่นให้และไปปิดกั้นพัฒนาการทุกด้านของลูกอย่างมาก

การเลี้ยงตามธรรมชาติแบบในปัจจุบัน(ซึ่งปิดกั้นพัฒนาการลูกนี้)
ถ้าเรามองจากในมุมของลูกแล้ว จริงๆไม่ยุติธรรมกับเค้าเท่าไหร่นะคะ ที่คุณซึ่งเป็นพ่อแม่จัดสิ่งแวดล้อมทุกอย่างที่หน่วงพัฒนาการมาให้ แล้วบอกเค้าว่าเติบโตตามสัญชาตญาณการอยู่รอดสิ เด็กทุกคนทำได้ เดี๋ยวก็พูดได้เองแหละไม่เป็นไรแม่รอได้
แต่สมองของลูกไม่รอนะคะ
5 ขวบปีแรกคือช่วงสำคัญ คุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้เค้าช้าตั้งแต่ต้น ปล่อยให้เค้าต้องเริ่มต้นด้วย IQ ที่น้อย(น้อยกว่าศักยภาพที่เค้าสามารถมีได้)
ไม่เคยสอนเค้าให้รู้จักความรับผิดชอบและการช่วยเหลือตัวเอง แล้วมาถึงวันหนึ่งในวัยมัธยม วัยที่ต้องเข้ามหาวิทยาลัยแล้วคุณรู้สึกหงุดหงิดที่เค้าติดเกมส์ ไม่รับผิดชอบ ทำไม่ได้ดังใจ เรียนไม่ได้ดั่งใจ เราควรจะโกรธใครดีคะ

ถ้าวันนี้เรารู้ว่าพัฒนาการของลูกสร้างได้ แล้วทำไมต้องปล่อยให้ลูกช้า?
ถ้าลูกเรามีความสามารถที่จะเก่งกว่านี้ได้ แล้วทำไมเราจะไม่ช่วยพัฒนาสมองของลูกคะ?
การเสริมพัฒนาการการกระตุ้นสมองไม่ใช่การเร่งรัด ไม่ใช่การเคี่ยวเข็นให้ลูกอ่านหนังสือหนัก การฝึกลูกคือการสอน เพียงคุณรู้ว่าต้องทำอะไรต้องสอนอะไร และสอนไปเพื่ออะไร เราจะใช้เวลาคุณภาพสั้นๆแค่เพียง 1-2 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น และถ้าคุณรู้วิธีที่ถูกต้อง 2 ชั่วโมงนั้นจะเป็นเวลาของความสนุกสนานและการสร้างความสัมพันธ์ ไม่ใช่การเคี่ยวเข็นและกดดัน คุณแม่ทุกท่านที่ผ่านคอsสสมองและคอsสพัฒนาการกับเราจะทราบดี เมื่อเรารู้พัฒนาการลูกเรา เรารู้จุดแข็งจุดอ่อนของลูก
คำถามคือ…แล้วทำไม่เราถึงจะไม่ช่วยสร้างจุดแข็ง ซ่อมแซมจุดอ่อนให้ลูกอันเป็นที่รักของเราหล่ะคะ
#savekids
#happykids
#สร้างลูกฉลาดได้ด้วยมือคุณ
#มาสร้างการเรียนรู้ที่ถูกต้องให้กับลูกไปด้วยกัน
#อัฟสกิลล์คุณแม่
#เพราะพ่อแม่คือครูคนแรกของลูก
สอบถามรายละเอียดคอร์สอบรมกลุ่มใหญ่/กลุ่มย่อยเพิ่มเติมได้ทาง
➡️ Line id : @atmindforkids หรือคลิ๊ก https://lin.ee/mjaufQ4 👈🏻
➡️ Inbox FB เพจ : จิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นโดยนักจิตวิทยา
➡️ Tel : 092 399 1549
➡️ YouTube channel : เลี้ยงลูกกับอ.เกลล์





